“It’s okay to be not okay” 2/4 – ทำอย่างไรเมื่อผลสอบไม่เป็นดั่งใจฉัน

ทำอย่างไรเมื่อผลสอบไม่เป็นดั่งใจจจจจจจจฉันนน

อยากจะร้องไห้ เมื่อต้องเปิดเว็บดูผลสอบของตัวเอง โอ้วววววโนวววว

แล้วมันก็ดั่งที่ฉันกลัวจริง ๆ ฉันสอบตก ฉันควรทำอย่างไรดี
ฉันมันไม่เก่ง ฉันมันแย่ ฉันอยากลาออก ฉันคงไม่เหมาะจะเป็นหมออีกต่อไปแล้วว ฮรืออออออ

เดี๋ยวก่อน ช้าก่อนครับ อย่าพึ่งหมดหวัง
เราลองค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทบทวนสักนิดก่อน มันยังพอมีทางออกอยู่
ลองค่อย ๆ คิดตาม Step นี้ช้า ๆ ทีละขั้นนะครับ

ขั้นตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น คือ “สติ”

แน่นอนครับว่าหลังรู้ผล มันจะเต็มไปด้วยคำพูดเหล่านี้

“ฉันมันแย่”
“ฉันมันห่วย”
“ทำไมต้องเป็นฉัน”
“ก็แค่อีกนิดเดียวทำไมทำไม่ได้วะ”
“ชีวิตมันจบแล้ว”
“พ่อแม่จะคิดยังไง”
“ฉันต้องเสียตังสอบอีกแล้วววว”
หรือบางคนอาจจะช็อคและช่างแม่งเล่นเกมต่อดีกว่าไปเลยก็ได้

แต่อยากชวนน้อง ๆ ทุกคน “ตั้งสติก่อนครับ”
เรายังสามารถสอบได้อีก ตอนนี้ชีวิตยังไม่จบ
ชีวิตการเรียนหมอก็ยังไม่จบเช่นเดียวกัน
มันยังไปต่อได้แน่นอน

“แหมพี่ ใคร ๆ ก็พูดได้นะ ตั้งสติ เนี่ย ลองมาตกเองไหม จะได้รู้ว่ามันทำยากขนาดไหน”

ถ้าอยู่เฉย ๆ แล้วมันตั้งสติยาก พี่ขอชวนมาลองเขียนดูครับบ
วาดรูปตาราง 5 ช่องตามพี่เลย และเรามาลองคิดและเขียนไปพร้อม ๆ กันดู

…แค่ช่วงจังหวะที่ได้เขียน เป็นไงมั่งครับ บางคน สติอยู่ที่ปากกา บางคนสติอยู่ที่ทำเส้นให้ตรง
บางคนสติยังมาไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ ไปดูขั้นตอนที่ 2 กัน

ขั้นตอนที่ 2 : ความจริงมีเพียง 1 เดียว

“โคนัน หรอ ?” … ป่าว “อะไรของพี่เนี่ย”
แค่อยากจะบอกอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ว่า ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

ลองมามองดูความจริงที่เกิดขึ้นที่เป็นเหตุการณ์ แบบบบ จริงๆๆๆ กันก่อนน

“แล้วยังไง ที่เรียกว่าจริง”

ให้เราออกมาจากตัวเองแล้วมองกลับไปที่เหตุการณ์นั้นครับ
เช่น ฉันกินข้าวที่แสนอร่อย มันอร่อยมากเนื้อนี่นุ่ม ข้าวก็หอมต้องอิ่มไปถึงพรุ่งนี้แน่ ๆ เลยเพราะมันเยอะมาก
ลองถอดวิญญาณตัวเองและมองกลับไป ก็จะพบว่า ออ ผช คนนึง กำลังกินข้าวกับเนื้อ จบบบบบบบ!!!!

ขอเฉพาะเหตุการณ์ ถ้ากับเรื่องสอบ เราก็จะพอสรุปได้ว่า “ฉันสอบตก” จบบบ !!!
เอาแค่นี้ก่อน ไอ้ความคิดอื่น ๆ ช่างหัวมันไปก่อน อะเขียนลงไปช่องที่ 1

ขั้นตอนที่ 3 : ดูการทำงานของสมองกันหน่อย +++

ลองค่อย ๆ ลองมองดูซิว่า สมองของเราทำงานอย่างไร ที่นอกเหนือจากตัวเหตุกาณ์บ้าง แน่นอนข้อแรกที่มันทำด้วยความเร็วสูงมากกกกกกคือ ความคิด และ อารมณ์ หลังจากที่ตามองเห็นผลสอบ สมองก็จะบอกว่า (เป็นแค่ตัวอย่างประสบการณ์ จาก นศพ. คนหนึ่ง)

ความคิด : นิ่ง หัวโล่ง ๆ หัวตึง ๆ หน้าตึง ๆ
อารมณ์ : ช็อก

ความคิด : กูดูผิดแน่ ๆ ไม่น่าใช่ เช็คอีกรอบดีกว่า หยิกกตัวเองว่าฝันอยู่ดีไหมนะ เริ่มตัวลอย ๆ ตัวร้อน ๆ
อารมณ์ : ช็อก ต่อ

ความคิด : ชิบหายแล้ว ของจริง เชี่ยเอ้ย ชิบหายแล้ว อนาคตกูจบแล้ว แม่งเนี่ย ข้อสอบแม่งออกอะไรก็ไม่รู้ยากชิบหาย เพื่อนแม่งก็เก่งกันจัง อาจารย์ที่มอก็ไม่สอน เนี่ยเลยเป็นอย่างงงี้อะ
อารมณ์​ : โกรธ หงุดหงิด เซ็ง

ความคิด : พอจะเช็คคะแนนได้ไหม วะ ทำอะไรได้ไหมวะ มันต้องมีวิธีสิ
อารมณ์ : สับสน กังวล ร้อนใจ

ความคิด : ทำไมกูมันโง่อย่างงี้วะ อ่านหนังสือเท่าไรก็ไม่จำ เราอ่านหนังสือน้อยไปหรอ หรือเราไม่ควรเป็นหมอเลย
อารมณ์ : เศร้า รู้สึกผิด

นี่คือตัวอย่างสั้น ๆ ที่เชื่อเลยว่าหลายๆ คนจะสับสนตีไปมาไปหมด คงเห็นแล้วว่าหลาย ๆ ครั้งสมองเราทำงานกับเรื่องที่ผิดหวังออกมาในรูปของอารมณ์และความคิด
ลองเขียนแยกเป็นชิ้น ๆ ออกมาดูเท่าที่ทำได้ เพื่อให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดขึ้น ในช่องที่สอง

ขั้นตอนที่ 4 : Mind map

เมื่อเรารู้ทันอารมณ์และความคิดเราแล้ว เราค่อย ๆ มองมันอย่างเข้าใจ และกลับไปมองที่เหตุผลมากขึ้น
ลองร่าง Mind map ของสาเหตุของปัญหาจริง ๆ กันดูว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่
โดยแบ่งเป็น สาเหตุที่อยู่ในความดูแลของฉัน (ภายใน) และสาเหตุจากภายนอก

เช่น ผล : ฉันสอบตก
เหตุ
ภายใน :

1. ฉันอ่านหนังสือน้อยไป
2. ฉันเข้าใจเนื้อหาได้ช้ากว่าคนอื่น
3. ฉันไม่รู้แนวข้อสอบ
4. ฉันทำข้อสอบช้า/เร็วไป
5. ฉันนอนไม่พอก่อนสอบ
6. ฉันปวดขี้ตอนเข้าสอบ

ภายนอก :
1. อาจารย์ออกข้อสอบยากเกินไป
2. เพื่อนเก่งเกินไป
3. ห้องสอบหนาวเกินไป
4. ข้อสอบออกแต่บทที่ฉันไม่ได้อ่าน

เขียนเรื่องราวเหล่านี้ไปในช่องที่สาม โลดดดดด

ขั้นตอนที่ 5 : Amoung us จับ คนโกหก

คิดสภาพเหมือนคุณเล่มเกม AMOUNG US (เกมที่จะหาว่าใครเป็นฆาตรกรผู้โกหก ในเหล่าลูกเรือบนยานอวกาศ) แล้วคุณต้องหา IMPOSTER
ช่องที่ 2 และ ช่องที่ 3 เปรียบเสมือนลูกเรือทั้งหมด แต่ไม่ใช่ว่าทั้งหมดจะเป็นความจริงเสมอไป ในนี้มักมีคนร้ายซ่อนตัวอยู่เสมอ

วิธีการก็คือ ให้พิจารณา ช่องที่ 2 และ 3 ให้เหตุผลสนับสนุน หรือ คัดค้าน เพื่อดูว่าสิ่งนั้นจริงหรือไม่ เช่น

จากความคิดและอารมณ์
– กูมันโง่
จริง : สอบตกครั้งนี้ไง
ไม่จริง : แต่เราก็สอบผ่านหลาย ๆ อย่างมาได้นะ สอบเข้าหมอได้ สอบผ่านก็มากกว่าสอบไม่ผ่าน
สรุป ไม่จริง คอนเฟิร์ม เราไม่ได้โง่ แค่อาจจะต้องแก้จากสาเหตุบางอย่างที่ทำให้เราสอบตกบ่อย ๆ มากกว่า

จากเหตุผล
– ฉันอ่าหนังสือน้อยไป
จริง : ฉันอ่านหนังสือแค่ 1 วันก่อนสอบ
ไม่จริง : แต่เพื่อน ๆ อ่าน กันเป็นปีเลยนะ ข้อสอบเนื้อหาขนาดนี้ อ่าน 1 วันน่าจะน้อยไปหน่อย
สรุป จริง โอเคร คอนเฟิร์ม
– อาจารย์ออกข้อสอบยากเกินไป
จริง : เพื่อนไม่มีคนไหนบอกว่าทำได้เลย มีคนตกเป็นเพื่อนในมอเดียวกัน 100 กว่าคนแหนะ
ไม่จริง : ไม่มีอะไรจะเถียง
สรุป จริง โอเคร คอนเฟิร์ม

จากนั้นก็ดูว่าอันไหนจริง อันไหนไม่จริง อันไหนไม่ชัวร์ และทำสัญลักษณ์ลงไปที่ช่องที่ 4

ขั้นตอนที่ 6 : ไปต่อไม่รอแล้วนะ !!

เลือกกกกกกอันที่เป็นความจริงงง แล้วมาพิจารณาต่อว่าเราแก้มันได้หรือไม่ และคิดว่าคิดต่อไปจะเป็นประโยชน์หรือไม่ และเขียนลงช่องที่ 5 เช่น
– ฉันอ่านหนังสือน้อยไป : จริง คอนเฟิร์ม, คิดว่าแก้ได้ไหม : ได้
– อาจารย์ออกข้อสอบยากไป : จริง คอนเฟิร์ม, คิดว่าแก้ได้ไหม : ไม่ได้ (อาจจะได้นะ แต่คงช้า เช่น การร้องเรียนอื่น ๆ )

Focus อันที่ “ได้” แล้วมองหาทางแก้ต่อไป เพราะฉะนั้น เหมาะสมจะคิดต่อเป็นประโยชน์ มาหาวิธีการแก้กันเถอะ ขั้นตอนมีอะไรบ้าง 1 2 3 4 5
อันที่ “ไม่ได้” ล่ะ คิดต่อและเป็นประโยชน์ไหม ถ้าเป็นก็คิดต่อ ถ้าไม่เป็น ก็ Let it goooooooooo ไป

เท่านี้ เราก็จะคิดทุกอย่างแบบมองเห็นปัญหาที่เป็นปัญหามากขึ้น ครบแล้วกับ 6 ขั้นตอน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะฮ้าฟฟ

มีคำกล่าวไว้ว่า

“Problems are not the problem; coping is the problem.”
ปัญหาไม่ใช่ปัญหา ปัญหา อยู่ที่วิธีการรับมือกับปัญหา

Virginia Satir

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับบ 😃

ขอบคุณ Visual สวย ๆ จาก Tenkisai


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่

“It’s okay to be not okay” 1/4 – เมื่อวันที่ฉันเศร้าจากผลสอบ

“It’s okay to be not okay” 3/4 – เครียดแล้วยังไงต่อ?

“It’s okay to be not okay” 4/4 – ติดอาวุธทางใจ

Leave a Reply